manu old trafford

ความพังพินาศใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

และแล้วมันก็เกิดขึ้นนะครับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พ่ายคาบ้านให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-6 ในเกมนัดที่ 3 ของฤดูกาลนี้

เท่ากับว่าพวกเขาทำผลงานใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นับตั้งแต่เปิดซีซั่นมาด้วยการแพ้รวด ด้วยการแพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3 และแพ้เกมนี้อีก เสียไปถึง 9 ประตู กับการลงสนามแค่ 2 เกม

แน่นอนว่ามันเพิ่งเป็นเกมที่ 3 ของทีม เกมในฤดูกาลนี้เหลืออีกตั้ง 35 นัด มันไม่ได้เป็นจุดที่ทำให้ซีซั่นนี้ของพวกเขาล้มเหลวแต่อย่างใด

แต่หลังจากที่ได้นั่งชมเกมนี้ มันก็ทำให้เห็นอะไรหลายๆ อย่างเช่นกัน และนี่คือจุดที่ทำให้ “ปีศาจแดง” ต้องพ่ายแพ้ไปอย่างราบคาบในเกมนี้

1.ใบแดงไม่ใช่ข้ออ้าง แต่เป็นค่าโง่

Anthony Martial

ใบแดงของ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล มันอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้พวกเขาพ่ายแพ้เละ และไม่สามารถสร้างความหวั่นกลัวให้กับทีมเยือนได้ก็จริง แต่มันก็ไม่ใช่ข้ออ้างเสียทั้งหมด

ถ้าใครได้เห็นเกมรับของทีมในเกม ก็คงจะมองแบบเดียวกัน ต่อให้มี 11 คนเท่ากัน เกมก็น่าจะจบประมาณ 1-3 หรือไม่ก็ 1-4

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ถูก เอริค ลาเมล่า เล่นตุกติก ในจังหวะประกบตัวเล่นฟรีคิก เขาโดนศอกดันไปที่คาง ทำให้เจ้าตัวหงุดหงิด เพราะสกอร์ก็ตามหลังอยู่ 1-2 ในตอนนั้น

และเมื่อเกิดโทสะ แข้งชาวฝรั่งเศส ก็เอามือไปสับคอ (กึ่งตบ) ใส่ฝั่งตรงข้าม ผู้ตัดสิน แอนโธนี่ เทย์เลอร์ เห็นเหตุการณ์ ควักใบแดงไล่ออกจากสนามทันที

เอาจริงๆ ถ้ามีการเช็กวีเออาร์กันแล้ว ถ้าจะให้ใบแดง ก็ควรจะต้องให้ ลาเมล่า ด้วยนะครับ เพราะอยู่ดีๆ ก็กางศอกแล้วดันไปแบบนั้น หรือไม่ก็ปรับมาเป็นเหลืองทั้งคู่ แต่นี้แข้งชาวอาร์เจนไตน์ กลับไม่โดนอะไรเลย

แต่ในเมื่อมันตัดสินออกมาแล้ว ก็โทษใครไม่ได้ มันเป็นค่าโง่ที่ มาร์กซิยาล ต้องเก็บเป็นบทเรียนในชีวิตกันต่อไป นี่คือใบแดงแรกในชีวิตของเขา

2.ความห่วยแตกของ แม็คไกวร์

Jacob Harry Maguire

แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสเก็บ 3 คะแนนได้ตั้งแต่ไก่โห่เลยนะครับ หลังจากได้จุดโทษขึ้นนำ 1-0 แต่หลังจากนั้น คนที่ทีมทุ่มเงินซื้อมาถึงตั้ง 80 ล้านปอนด์ พร้อมกับมอบปลอกแขนกัปตันทีมให้ ก็ทำเสียเรื่อง

กองหลังที่มีรูปร่างสูงใหญ่ แต่ว่าใหญ่แต่ตัวนะครับ อย่างที่เคยบอกไปว่า แฮร์รี่ แม็คไกวร์ นั้นเป็นผู้เล่นที่ใช้ศรีษะได้แย่มากๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมรุกหรือเกมรับ

ตอนย้ายมาอยู่กับ “ปีศาจแดง” ใหม่ๆ แฟนบอลคาดหวังว่าจะได้เซ็นเตอร์ตัวใหญ่ๆ เอาไว้เล่นลูกตั้งเตะ แต่เปล่าเลยครับ นับตั้งแต่เข้ามาสวมเสื้อสีแดง เขาทำประตูจากลูกโหม่งไปเพียงหนเดียวเท่านั้น

และยังเสียประตูจากลูกเซ็ตพีซ ไปหลายต่อหลายหน นั่นแสดงให้เห็นแล้วว่าการเล่นลูกลางอากาศแย่ขนาดไหน ไม่ต้องอ้างว่าเพื่อนร่วมทีมเปิดไม่แม่นนะครับ เพราะหลายครั้งเลยที่เปิดเข้าหัวเป๊ะๆ แต่ก็ทำไม่ได้

ทีมโดนตีเสมอจากการโหม่งบอลลอยอยู่กับที่ โดยเดิมทีนั้นตั้งใจที่จะโขกคืนไปให้กับ ดาบิด เด เคอา แต่กลับกะจังหวะห่วยไม่สมกับเป็นกองหลังด้วยประการทั้งปวง ก่อนหน้าจังหวะนี้ก็โหม่งขวิดไปยัดใส่ เอริค ไบยี่ อีก

หลังจากนั้นก็ทำฟาวล์ใส่ แฮร์รี่ เคน ฟาวล์เขาแล้ว ยังจะเดินเอื่อยเฉื่อย บอลก็ไม่บัง จะรีบวิ่งกลับเข้าตำแหน่งก็ไม่ทำ เรียบร้อยสิครับ เจอ เคน จ่ายบอลทะลุช่องไปให้ ซน ฮึงมิน ซัดเข้าไป

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ แม็คไกวร์ทำผิดพลาด มันบ่อยครั้งมากๆ ถ้าใครได้ดู แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นมาช่วงหลังๆ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่มารั่วๆ ใน 2-3 เกมก่อนหน้านี่เด็กๆ ไปเลย

สงสัยจะเก่งอยู่เรื่องเดียวคือการเป็นนักเลงนอกสนาม ในสนามความเก่งไม่มีไม่พอ ยังไม่มีความน่าเกรงขามอะไรเลย คู่แข่งไม่หวั่นกลัวแต่อย่างใด ไม่เห็นดุดันเหมือนที่ไปสร้างวีรกรรมไว้ที่กรีซ เลย

นอกจากไม่ควรจะมีค่าตัวแพงสุดเป็นสถิติกองหลังแล้ว ยังไม่ควรสวมปลอกแขนกัปตันทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลยด้วยซ้ำ

3.ป็อกบา ควรโดนดร็อป

Paul Pogba

หนึ่งในความน่าผิดหวังที่สุดของเกมนี้คือ ปอล ป็อกบา ผู้เล่นที่ค่าตัวแพงที่สุดอันดับ 1 ของทีม นอกจากจะมีเกมรับที่ไม่ได้เรื่องแล้ว เกมบุกที่ร่ำลือกันว่าดี ก็ไม่ได้ดีอย่างที่คิด

หลายครั้งที่ดาวเตะชาวฝรั่งเศส ยังคงทำจังหวะเกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด เสีย เกิดขึ้นแทบจะตลอดเมื่อไหร่ก็ตามที่เจ้าตัวได้บอล

ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายบอลเสีย ทั้งสั้น, ทั้งยาว การครองบอลเอาไว้กับตัวแบบเปล่าประโยชน์ และไม่จำเป็น ตัวรุกที่กำลังมีช่องจากการวิ่งขึ้นด้านหน้า พอเสียจังหวะ ทีมรับคู่แข่งก็ลงมาแพ็คเกมได้ทัน

เกมรับ ก็ไม่ได้เข้ามาช่วย ลุค ชอว์ หรือ อารอน วาน-บิสซาก้า ในการซ้อนตำแหน่ง เมื่อฟูลแบ็กต้องหุบเข้าไปช่วยในกรอบเขตโทษ

เมื่อไหร่ก็ตามที่ แซร์จ อุริเยร์ หรือ เรกีล่อน โอเวอร์แล็ปเข้ามา เติมเกมรุกไปสุดเส้น ก็จะมีช่องโหว่ทันที แถมในประตูที่ 6 ก็ยังไปทำเสียจุดโทษ ซึ่งนี่เป็นหนที่ 2 ของฤดูกาลแล้วที่เขาทำเสียจุดโทษ

นับตั้งแต่ บรูโน่ เข้ามาอยู่ในทีม แรกๆ อาจจะดูเหมือนว่า ป็อกบา จะเล่นร่วมกับเขาได้ แต่มันไม่ใช่เลยครับ เพราะนับตั้งแต่ทีมได้กลับมาเตะ หลังจากล็อกดาวน์ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ป็อกบา ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับทีมมากนัก

อาจจะถึงเวลาที่แผงมิดฟิลด์อาจจะต้องใช้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มาเล่นเป็นตัวจริงแทนดูบ้างแล้ว

4.ปีกไม่ช่วยเกมรับ

Marcus Rashford

สามแนวรุกอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ เมสัน กรีนวู้ด เรารู้กันดีว่าทั้งหมดเป็นนักเตะประเภทกองหน้า

และแน่นอนว่าเรื่องของเกมรับนั้นไม่มีอยู่ในหัว 3 ตัวนี้เลย โชเซ่ มูรินโญ่ รู้ดี ฉะนั้นแผนเด็ดของเขาในเกมนี้คือการให้แบ็กทั้งสองฝั่ง เติมเกมรุกได้อย่างเต็มที่

เท่านั้นไม่พอ เขายังถ่างเอา ลาเมล่า และ ตี๋ซน ยืนเป็นปีก เพื่อให้ วาน-บิสซาก้า และ ชอว์ ตามประกบ ซึ่งมันก็น่าจะเป็นแผนของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อยู่แล้วด้วยที่ให้ตามคีย์ 2 ตัวนี้

แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ 2 ปีกของ “ไก่เดือยทอง” หุบเข้าไปในกรอบเขตโทษ เวลาบอลอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง แบ็กก็ต้องหุบเข้ามา ทำให้พื้นที่ตั้งแต่มุมกรอบเขตโทษของ แมนฯ ยู ไปจนถึงมุมธงนั้นโล่ง

พอโล่งบ่อยๆ แบ็กเติมได้อย่างสนุก เกมรับของ แมนฯ ยู ก็ลนลาน สับสนจนสุดท้ายก็ประกบตัวกันมั่ว เป็นบ่อเกิดแห่งการเสียประตูหลายต่อหลายครั้ง

วิธีแก้ง่ายๆ ก็คือปีกอย่าง แรชฟอร์ด และ กรีนวู้ด ต้องลงมาช่วยเกมรับ เช่นเดียวกับ ป็อกบา เพราะ เนมานย่า มาติช คนเดียว เอาไม่อยู่แน่นอน ด้วยวัยที่มาก และความช้าของเขา

แต่กลับกลายเป็นว่า 3 คนนี้ ไม่ลงมาช่วยเกมรับเลย กลับกัน บรูโน่ ที่เป็นผู้เล่นหมายเลข 10 ยังลงมาไล่บอลมากกว่าด้วยซ้ำ

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะต้องมีปีกธรรมชาติ หรือถ้าไม่อย่างนั้น มิดฟิลด์ตรงกลาง ก็ต้องลงมาช่วยเกมรับ แต่นี่ไม่มีสักอย่าง

5.กึ๋นของ โซลชา

Ole Gunnar

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ การพ่ายแพ้ คนที่จะถูกตำหนิอีกคนก็คือกุนซือ

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อย่างที่บอกไปทุกครั้งว่าเขาไม่ได้เป็นกุนซือที่เก่ง และยังอ่อนประสบการณ์อยู่มากเลยด้วย กับการทำทีมในระดับสูง

เช่นเดียวกับทีมงานแต่ละคนที่เป็นผู้อ่อนประสบการณ์แทบจะทั้งหมด จะมีก็เพียง ไมค์ ฟีแลน ที่ทำงานมาสักระยะเท่านั้นเอง

เกมนี้ ความผิดพลาดมันมาตั้งแต่การจัดตัวผู้เล่นตอนเริ่มแล้วนะครับ จริงอยู่ว่า ซน ฮึงมิน อาจจะเป็นเซอร์ไพรส์ เพราะตามรายงานข่าวที่ออกมา แข้งแดนโสมขาว ไม่น่าจะลงเล่นได้ แต่กลับมาลงสนามเป็นตัวจริงทันที แต่มันควรจะต้องมีการปรับหมากอะไรเสียหน่อย

ว่ากันที่การจัดตัว 11 ผู้เล่นลงสนาม อย่างที่บอกไปว่าผู้เล่นของ สเปอร์ส มีความเร็วกันหลายคน ไม่นับ ซน ต่อให้เป็น ลูคัส มูร่า ลงเล่น ก็มีความเร็ว มีฝีเท้าที่จัดจ้านเช่นกัน

ขณะที่ เรกีล่อน นักเตะที่ตอนแรกพวกคุณจะไปดึงเขามาร่วมงาน แต่ก็กลับไม่ได้ระวังอะไรเขาเลย ปล่อยให้นักเตะที่เชื่องช้าอย่าง เนมานย่า มาติช และ ปอล ป็อกบา ลงสนาม

จริงอยู่ว่านี่คือ 11 ผู้เล่นตัวจริงที่ดีที่สุด (ยกเว้น เอริค ไบยี่) ถ้าว่ากันตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว แต่ฝั่งตรงข้าม เขาก็หาหมากมาแก้เกม แต่ฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด กลับไม่มี

การแก้เกมเองก็เช่นกัน เข้าใจว่าโดน 1-4 ในช่วงครึ่งแรก และเหลือ 10 คนอีกต่างหาก ครึ่งหลังอาจจะอยากลองทีมในรูปแบบต่างๆ ดู เลยส่งเอา เฟร็ด มาเล่นคู่กับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ แต่ผู้เล่นที่ควรออกจากสนาม 1 ใน 2 คนควรจะมีชื่อของ ป็อกบา อยู่ในนั้น

สมัย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เราจะเห็นบ่อยครั้งมากที่จะมีการโรเตชั่นผู้เล่นเพียง 1-2 ตำแหน่งในแต่ละเกม มันไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนเล่นๆ นะครับ แต่มันเป็นการหลอกล่อคู่แข่งไปในตัว

โซลชา เป็นประเภทไม่กล้าเสี่ยงอยู่แล้ว ในช่วงที่ทีมชนะติดๆ กันหลังกลับมาจากล็อกดาวน์เมื่อซีซั่นที่แล้ว เขาก็ใช้ 11 ผู้เล่นชุดเดิมลงสนามติดต่อกันเป็นสถิติตั้งหลายเกม

แต่มันก็เกินไป ขนาดป๋า ยังมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อไม่ให้คู่แข่งจับทางได้ ทั้งๆ ที่คนที่โดนดร็อปไป ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดในเกมนัดก่อนแม้แต่น้อย

ตราบใดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังใช้ผู้เล่นชุดเดิม ในการลงสนาม ก็จะเจอคู่แข่งที่มาแบบเดียวกันทั้งสิ้น โดยถ้าเป็นทีมที่อ่อนชั้นกว่า ก็จะเล่นคล้ายๆ เกมที่ คริสตัล พาเลซ นั้นเอาชนะมา ถ้าเป็นทีมระดับสูงหน่อย ก็จะเล่นเหมือนที่ โชเซ่ มูรินโญ่ จัดการถล่มยับในเกมนี้

ข่าวบอลอื่นๆ

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สามารถอ่านข่าวสาร หรือบทความเพิ่มเติมได้ที่เว็บพันธมิตรของเราตามเว็บไซต์ด้านล่างนี้

 

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สามารถอ่านข่าวสาร หรือบทความเพิ่มเติมได้ที่เว็บพันธมิตรของเราตามเว็บไซต์ด้านล่างนี