atleticos madrids

แอตเลติโก้ มาดริด ตัวเต็งแชมป์ ลา ลีกา

เมื่อเอ่ยถึง ลา ลีกา สเปน สิ่งแรกๆ ที่ทุกคนคิดถึงคือ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า แต่ก็ยังมีอีกหลายทีมที่อยู่ในกลุ่มทีมหัวตาราง และเหนียวแน่นกับพื้นที่ยุโรปอย่างสม่ำเสมอ ทั้ง เซบีย่า, บาเลนเซีย และ แอตเลติโก้ มาดริด ที่ในฤดูกาลนี้ พวกเขาจะลุกขึ้นมาต่อสู้ท้าทายกับ 2 สโมสรใหญ่

โวล์ฟสบวร์ก

“ตราหมี” คือ 1 ใน 6 ทีมจากลีกท็อป 5 ของยุโรปที่ยังไม่แพ้ใครร่วมกับ เลเวอร์คูเซ่น, โวล์ฟสบวร์ก, เอซี มิลาน, ซาสซูโอโล่ และ ยูเวนตุส ทุกทีมแข่งไปแล้ว 7 นัดเท่ากัน

เรอัล โซเซียดาด ครองตำแหน่งจ่าฝูง ลงสนาม 9 นัดมี 20 คะแนน นี่เป็นภาพที่น่าประหลาดใจ ทั้งที่จริงเมื่อเข้าสู่เกมที่ 9-10 ภาพบนตารางอาจกลับเข้าใกล้ปกติที่มีตัวเต็ง 2 บิ๊กขึ้นมาอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่การครองอันดับ 2 ของ บียาร์เรอัล ด้วยซ้ำ

แต่อะไรที่ไม่คิดว่าจะเกิดก็เกิดขึ้นในปี 2020 ซึ่งโกลาหลไปทั่วโลก และเมื่อมองมายังอันดับ 3 แอตเลติโก้ มาดริด ก็เชื่อได้เลยว่าพวกเขาจะเป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์หลังจากห่างหายไปนาน

แท็คติก และสมดุล

เจฟฟรี่ย์ ก็องด็อกเบีย

ข่าวที่น่าสนใจที่สุดของทีมในซัมเมอร์อยู่ที่การขาย โทมัส พาร์ทีย์ ให้ อาร์เซน่อล ในวันสุดท้าย ทำเอา ซิเมโอเน่ หัวเสียอย่างแรง แต่ไม่นานหลังจากนั้นสโมสรก็คว้าเอา เจฟฟรี่ย์ ก็องด็อกเบีย มาแทน เพื่อให้ทีมกลับมาสมดุล

นับตั้งแต่เปิดฤดูกาล จ่าฝูงอย่าง โซเซียดาด ลงสนามไป 9 เกม ชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 1 รองลงมา บียาร์เรอัล ชนะ 5 เสมอ 3 แพ้ 1 และ แอตเลติโก้ มาดริด เพิ่งแข่งไป 7 เกม ชนะ 5 เสมอ 2 ยังไม่แพ้ เป็นหนึ่งเดียวใน ลา ลีกา

และไม่กี่ทีมในลีกท็อป 5 ของยุโรป แถมยังเสียประตูน้อยที่สุด เพียง 2 ประตูเท่านั้น โดยเกิดขึ้นในเกมกับ โอซาซูน่า และ กรานาด้า แม้ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ผลงานของพวกเขาดูน่าเป็นห่วงไปสักหน่อย เมื่อแข่ง 3 เกม ชนะ เสมอ แพ้ อย่างละ 1 มีเกมที่โดน บาเยิร์น มิวนิค ถล่มเละถึง 4-0 แต่ยังมีโอกาสมากพอจะแก้ตัว

ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เป็นหนึ่งในคีย์แมนของการรักษาสมดุล แม้เคยโดนตำหนิอย่างมากว่าเล่นเน้นเกมรับ ตีหัวเข้าบ้าน แต่ที่จริงแล้วลูกทีมของเขามีตัวยิงค่อนข้างเด็ดขาด เฉียบคม และมีการวางแผนที่ดีมาตลอดในการจัดการทัพ เมื่อมีคนไปต้องมีคนใหม่ที่ทดแทนกันได้ สโมสรได้เงิน ทีมมีตัวแทนแบบวินวินทุกฝ่าย มีเกมหลายนัดที่น่าสนใจซึ่งทีมสามารถเก็บชัยได้แม้ขาดตัวหลักบางราย

เจา เฟลิกซ์

เจา เฟลิกซ์

แฟนๆ น่าจะดีใจที่ได้เห็นความเข้าขาของ เฟลิกซ์ ซัวเรซ และ มาร์กอส ยอเรนเต้ ที่กลับมาโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม

เจ้าของรางวัล โกลเด้น บอย 2019 กับค่าตัวราคาแพงลิบที่ฟังกี่ครั้งก็ต้องแคะหู ใครจะเชื่อว่าบอร์ดบริหารยอมจ่ายเงินก้อนโตเป็นค่าตัวแข้งรายนี้ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว และน่าสนใจตรงที่เขากำลังค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น ฤดูกาลที่แล้วลงสนามใน ลา ลีกา 21 เกมเป็นตัวจริง ยิงได้ 5 ประตู

แต่ซีซั่นนี้ผ่านการเป็นตัวจริง 5 นัดยิง 6 ประตู แม้ฟอร์มในฤดูกาลก่อนดูไม่ดีนัก แต่ก็ยังมีหลายทีมดังให้ความสนใจ เพิ่งอายุเพียง 21 ปียังมีช่องว่างที่จะพัฒนาได้อีกมาก และแม้ได้รับความคาดหวังสูง แต่เขาจะไม่ใช่คนเดียวที่แบกภาระพาทีมไปข้างหน้า แม้เป็นแกนหลักที่กุนซืออาร์เจนไตน์กำลังสร้างทีมล้อมรอบตัว

การมาของ หลุยส์ ซัวเรซ จะช่วยทีมได้มาก ตอนนี้ยิงไปแล้ว 5 ประตู เป็นดาวซัลโวร่วมกัน และได้รับการจับตาอย่างยิ่งว่าน่าจะเป็นคู่หูที่ดีของ ดิเอโก้ คอสต้า ซึ่งดุดันพอๆ กัน แม้ที่ผ่านมา ซิเมโอเน่

มักจะใช้งานกองหน้าตัวเป้าแค่คนเดียว แต่ทั้ง ซัวเรซ และ คอสต้า ก็ยังเป็นดาวยิงที่เชื่อใจได้ โดยเฉพาะ ซัวเรซ แม้โดน บาร์เซโลน่า เขี่ยทิ้งในวัย 33 ปี แต่เขายังสามารถต่อสู้ได้อีก ไม่เพียงแค่นี้ เพราะ มาร์กอส ยอเรนเต้ ก็ยิงไปอีก 3 ประตู และมีทีท่าว่ากำลังกลับมาเกิดใหม่

สนามว่างเปล่า แต่ไม่เสียเปล่า

แยน โอบลัค

เกมกดดัน ขยันวิ่ง เป็นแนวทางที่ แอต มาดริด ถนัดมาแต่ไหนแต่ไหน พวกเขาล้วนคุ้นเคยกับสิ่งนี้ การไร้แรงกดดันภายนอกอาจทำให้เกมของพวกเขานิ่งขึ้นอีกนิด โดยแนวรับยังมี แยน โอบลัค ระวังหลังเช่นเคย

การไม่มีแฟนบอลเข้าชม ขาดบรรยากาศหลายอย่าง กรณีนี้เป็นที่พูดถึงในทุกประเทศทั่วยุโรปและทั่วโลก พร้อมกับสถิติผลงานเกมเยือนที่เจ้าบ้านไม่เหนียวแน่นอย่างที่เคย ซึ่งนี่อาจเป็นโอกาสดีของทีมที่เน้นเกมรับ โต้กลับเร็ว

เน้นให้ได้ 3 คะแนนอย่าง แอต.มาดริด ที่ผ่านมาพวกเขาลงสนามภายใต้ความกดดัน และบ่อยครั้ง มีปัญหากับความเร็วของคู่แข่ง เหมือนที่ คีแรน ทริปเปียร์ จับ คิงสลี่ย์ โคมัน ไม่อยู่ในเกมกับ บาเยิร์น

นอกจากเสียงเชียร์ สภาพสนามที่เจ้าบ้านคุ้นเคยมากกว่ามักจะมีส่วนเสมอ แต่ด้วยประสบการณ์ อยู่นาน เชื่อว่าแทบไม่มีสนามไหนเลยที่กุนซือและนักเตะอยู่โยงจะไม่รู้จัก มองด้านกายภาพ

พวกเขาจะสามารถฝ่าฟันมันไปได้ และความคงเส้นคงวาน่าจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ต้องการ อย่างที่ ซิเมโอเน่ เคยบอกเอาไว้ครั้งหนึ่ง เขามั่นใจว่าหากไม่มีใครสมาธิแตก และสามารถเดินเกมอย่างที่ตั้งใจทีมนี้คือทีมที่ดีพอ

ขาลงของ บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด

เรอัล มาดริด

แม้ เรอัล อยู่ในอันดับ 4 และ บาร์เซโลน่า อันดับ 8 แต่ทั้งคู่ยังเป็นเต็มแชมป์ลำดับ 1 และ 2 โดย แอต.มาดริด ตามมาเป็นที่ 3 และ โซเซียดาด จ่าฝูงในขณะที้มาเป็นเต็ง 4

มาร์ก้า ทำแบบสำรวจความเห็นว่าใครจะได้เป็นแชมป์ ลา ลีกา แฟนๆ เข้ามาโหวตผ่านโพลที่หน้าเว็บไซต์แก้เบื่อระหว่างเบรกทีมชาติ ปรากฏว่า 42 เปอร์เซ็นต์มอง แอตเลติโก้ มาดริด เป็นเต็งหนึ่ง รองลงมา 24 เปอร์เซ็นต์คือ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า 21 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนี่อาจเป็นอีกครั้งในรอบหลายปีที่ทีมอื่นจะได้สอดแทรกเข้ามาร่วมลุ้น

ปัญหาของทั้งคู่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน อยู่ในช่วงระยะเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน ไม่รู้ว่าอาการของใครน่าเป็นห่วงกว่ากัน เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมวัย 34 ปี แม้ยังมี ซีเนอดีน ซีดาน และความพยายามที่จะปั้นทีมขึ้นใหม่กับ เอแด็น อาซาร์

แต่เหมือนยังขาดอะไรบางอย่าง หรือ ลิโอเนล เมสซี่ ที่พร้อมจะสละเรือในวัย 33 ปีกับปัญหารุมเร้า ไม่ลงรอยกับบอร์ดบริหาร เปลี่ยนกุนซือแถมยังควานหาแกนหลักคนใหม่ไม่เจอ ผู้ที่จะลงชิงตำแหน่งประธานก็ยังกล้าๆ จะดึง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กลับมา คล้ายว่าพวกเขายังไม่หลุดพ้นห้วงเวลาแห่งความสำเร็จเดิมๆ

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา มีครั้งเดียวเท่านั้นที่แชมป์ ลา ลีกา ไม่ใช่คู่จาก “เอล กลาสิโก้” คือ แอตเลติโก้ มาดริด ในปี 2013/14 และหากถอยหลังย้อนไปอีกทศวรรษ ก็คือ บาเลนเซีย นำโดยกุนซือ ราฟาเอล เบนิเตซ 2003/04 และจากการเริ่มต้น ที่น่าสนใจเมื่อยักษ์ใหญ่หลุดจากหัวตารางก็ทำให้แฟนๆ อาจได้เจอความสนุกที่ไม่เหมือนเดิม

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สามารถอ่านข่าวสาร หรือบทความเพิ่มเติมได้ที่เว็บพันธมิตรของเราตามเว็บไซต์ด้านล่างนี้

 

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สามารถอ่านข่าวสาร หรือบทความเพิ่มเติมได้ที่เว็บพันธมิตรของเราตามเว็บไซต์ด้านล่างนี